โรงอุปรากรซิดนีย์ แลนมาร์คของออสเตเรีย

โรงอุปรากรซิดนีย์ เป็นโรงละครโอเปร่า, โรงแสดงคอนเสิร์ต, โรงภาพยนตร์ และเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีรูปทรงโดดเด่นและแปลกตามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  โรงอุปรากรซิดนีย์ ตั้งอยู่ที่เมืองซิดนี่ย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

เป็นอาคารสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นตั้งอยู่ริมอ่าวและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซิดนี่ย์อย่างมาก โรงอุปรากรซิดนีย์ นั้นถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อว่า Jørn Utzon ชาวเดนมาร์ก

ซึ่งเขาได้ออกแบบในแนวคิดเลียนแบบรูปคล้ายกับเรือใบ และการออกแบบในโจทย์ให้เข้ากับเมืองซิดนี่ย์ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดโดยเขาได้คิดค้นในการสร้างอาคารให้มีลักษณะเหมือนกับเรือใบที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล

โรงอุปรากรซิดนีย์

โรงอุปรากรซิดนีย์

โรงอุปรากรซิดนีย์ มีทั้งสิ้น 2 อาคารโดยตัวอาคารหันหน้าออกทางอ่าวซิดนีย์และหลังคาของอาคารที่ออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับใบเรือที่กำลังกางออกโดยหลังคารูปใบเรือมีลักษณะซ้อนกัน 3 หลัง และอีกอาคารมีจำนวน 2 หลัง โรงอุปรากรซิดนีย์

เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1954 ในสมัย Joseph Cahill เป็นประธานาธิบดีของออสเตรเลีย จุดประสงค์เพื่อสร้างโรงละครที่ดีที่สุดในยุคนั้นโดยใช้งบประมาณ 120 ล้านเหรียญในสมัยนั้น เมื่อสร้างเสร็จ

ในปี 1973 ยุคนั้นมีเพียงโรงละคร 2 แห่งในอาคารซึ่งสามารถจุผู้ชมได้ 3,500 คน/โรง ในตอนนั้นการร้องโอเปร่าเป็นที่นิยมมากในออสเตรเลีย ซึ่งการเปิดแสดงครั้งแรกเริ่มขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม ปี 1973

โดยพระราชินีอลิซาเบทที่ 2 เสด็จมาเป็นประทานและทอดพระเนตรการแสดงในโรงละครแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันโรงอุปรากรซิดนีย์ ถูกปรับปรุงและเพิ่มสื่อบันเทิงอื่นเช่น โรงแสดงคอนเสิร์ต, โรงภาพยนตร์ อีกด้วย

ตึกมหานคร ตึกรูปร่างแปลกตากลางกรุง

หากกล่าวถึงตึกระฟ้ารูปทรงแปลกและเป็นแนวใหม่ของโลก ตึกมหานคร ยุคปัจจุบันและในประเทศไทยก็มีตึกระฟ้าแห่งใหม่และการออกแบบนั้นแตกต่างจากตึกอื่นๆของกรุงเทพอย่างสิ้นเชิงกับ

ตึกมหานคร ตึกระฟ้าหลังใหม่กลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขต บางรัก ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใหญ่ของเมือง และเป็นตึกแห่งแรกที่มีการออกแบบและการก่อสร้างที่ดูแปลกตาและทันสมัยมาก ตึกมหานคร

เป็นอาคารที่ถูกออกแบบมาเป็นอาคารกระจกทั้งหลัง ซึ่งออกแบบและสร้างสรรค์โดย บริษัท บูโร โอเล่อ เชียเรน กรุ๊ป ด้วยการก่อสร้างที่ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 18,000 ล้านบาท โครงการของตึกมหานครนั้นเริ่มต้นมาในช่วงปี พ.ศ. 2552

จุดประสงค์เพื่อสร้างตึกระฟ้าที่สูงกว่า 300 เมตรในย่านธุรกิจและเพื่อให้กรุงเทพเป็นหนึ่งในประเทศของโลกที่มีตึกระฟ้าอีกด้วย โดยก่อสร้างบนพื้นที่ 9 ไร่ บนถนน นราธิวาสฯ ซึ่งมีการออกแบบและตัดสินใจจนกระทั่งเริ่มก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ตึกมหานคร

ตึกมหานคร

ตึกมหานครสร้างแล้วเสร็จและเปิดตัวในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ด้วยความสูง 314 เมตรมีทั้งสิ้น 77 ชั้น และกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยแทนที่ตึกใบหยก 2 ตัวอาคารออกแบบมาให้มีลักษณะเหมือนกับกล่องพิกเซลที่มองไกลๆเหมือนเป็นแบบ 3 มิติ

ภายในตึกประกอบด้วย โรงแรมหรู, คอนโดหรู, ร้านอาหาร, รีเทลเซ็นเตอร์ และจุดชมวิวบนชั้น 77 โรงแรมและห้องพักนั้นตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 ชั้น 5-6 และชั้น 8-21 เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว, คอนโดชุดห้องพักบริเวณชั้น 7 และ 23 – 73

โดยห้องพักหรูจะขายตั้งแต่ 32 ล้านบาทถึง 300 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นห้องชุดอาศัยที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพ

เขื่อนฮูเวอร์ สิ่งที่มนุยษ์สร้างขึ้นมาเหนือความคาดหมาย

อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของสิ่งก่อสร้างยุคใหม่อย่าง เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) หรือชาวท้องถิ่นเรียกว่า โบลเดอร์แดม (Boulder Dam) แปลว่า เขื่อนหินยักษ์ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวรู้จักในชื่อ

เขื่อนฮูเวอร์ เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่กึ่งถ่วงน้ำหนัก ตั้งอยู่ที่แบล็กแคนยอน ระหว่าง รัฐแอริโซนา และรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเขื่อนพลังงานไฟฟ้าที่กั้นแม่น้ำโคโรลาโด และถูกบันทึกว่าเป็นเขื่อนคอนกรีตแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เขื่อนฮูเวอร์ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่มีความโดดเด่นทางการออกแบบ

เขื่อนฮูเวอร์

เขื่อนฮูเวอร์

การก่อสร้างเขื่อนเริ่มต้นขึ้นในปี 1931 ในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ โดยการก่อสร้างเขื่อนนั้นซึ่งเป็นช่วงที่อเมริกาเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แต่จุดประสงค์การสร้างเขื่อนนั้นเพื่อบรรเทาภาวะน้ำท่วมที่แม่น้ำโคโรราโดซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

รวมถึงการเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนจัดและบรรเทาภาวะแห้งแล้ง รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ซึ่งการสำรวจเริ่มตั้งแต่ปี 1910 และในปี 1928 พบว่าบริเวณจุด โบลเดอร์แคนยอน เหมาะแก่การก่อสร้างเขื่อนโดยเริ่มก่อสร้างในปี 1931 ใช้คนงานกว่า 1,000 คน

สร้างเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครสร้างมาก่อน เขื่อนฮูเวอร์สร้างแล้วสร้างในปี 1936 ซึ่งการก่อสร้างได้คร่าชีวิตคนงานไปมากกว่า 100 คน

เมื่อเปิดใช้ในวันที่ 1 มีนาคม ปี 1936 เขื่อนฮูเวอร์กลายเป็นเขื่อนคอนกรีตในใหญ่ที่สุดในโลก และมันยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างรัฐแอริโซนาและรัฐเนวาดา

โดยมีถนนด้านบนเขื่อนพาดผ่าน ทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันเขื่อนฮูเวอร์กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางหลักที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ แลนมาร์คของอเมริกา

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจและของขวัญแก่ชาวอเมริกันรวมถึงความโดดเด่นที่ตั้งตระหง่าอยู่เหนืออ่าว อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ตั้งอยู่ที่เกาะลิเบอร์ตี้ ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ถูกสร้างขึ้นในปี 1874 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเพื่อเป็นของขวัญแด่ชาวอเมริกันในการฉลองวันชาติครบรอบ 100 ปี อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าเทียบได้กับหอไอเฟล เป็นประติมากรรมที่โดดเด่นและสวยงามที่สุด

นอกจากนี้อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพยังเป็นสัญลักษณ์แทนความกล้าหาญของชาวอเมริกันที่ลุกขึ้นต่อต้านและต่อสู้กับราชอาณาจักรเพื่อได้เอกราชและประกาศอิสระภาพเป็นอเมริกันชนในที่สุด ความกล้าหาญดังกล่าวทำให้ทางฝรั่งเศสมีการระดมทุนเพื่อก่อสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นมา

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

การก่อสร้างเทพีเสรีภาพเริ่มขึ้นในปี 1865 โดยมีการประชุมหารือกันว่าจะมอบของขวัญแด่ชาวอเมริกันในฐานะความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศและการประกาศอิสรภาพของอเมริกา

โดยมีความคิดว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ที่โดดเด่น การก่อสร้างเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 1874 ออกแบบโดย เฟรเดอริก ออกุสเต บาร์ทอลดิ ประติมากรผู้ออกแบบโดยคิดว่าจะใช้เป็นรูปปั้นของผู้หญิงสวมผ้าคลุม สวมมงกุฎ

มือข้างหนึ่งถือหนังสือและมืออีกข้างชูคบเพลิงเพื่อหมายถึงการประกาศอิสรภาพ โดยการก่อสร้างนั้นจะใช้โลหะผสมทองแดงและเหล็ก ซึ่งการก่อสร้างยังได้รับการควบคุมโดย กุสตาฟ ไอเฟล ผู้สร้างหอไอเฟลอีกด้วย

การก่อสร้างดำเนินแล้วเสร็จในปี 1885 และอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพก็เดินทางมาถึงนิวยอร์กในปี 1886 ซึ่งภายในประกอบด้วยบันไดทางขึ้นสู่ด้านบนซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กที่ทนทาน อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ตั้งโดดเด่นอยู่เหนืออ่าวนิวยอร์กถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่ง

 

Burj al-Arab โรงแรมเรือใบสวยสดงดงาม

Burj al-Arab คืออาคารสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูระดับท็อป และทรงการตึกที่มีลักษณะโดดเด่นมากอีกแห่งนี้

ตึก Burj al-Arab นี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1994 แล้วเสร็จใน ปี 2000 เป็นอาคารที่สูงถึง 321 เมตรภายในประกอบด้วยโรงแรมหรู ห้องจัดสัมมนา และอื่นๆอีกมากมาย โรงแรมแห่งหนึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงแรมที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

และสร้างขึ้นในพื้นที่เกาะเทียมที่ถูกทมห่างจากชายฝั่งประมาณ 290 เมตร ซึ่งเป็นตึกและโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งตระหง่าอยู่อย่างโดดเด่น Burj al-Arab ถูกออกแบบและก่อสร้างเลียนแบบคล้ายกับใบของเรือใบซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของนครดูไบ ที่มีความโดดเด่นและสวยงามแห่งหนึ่ง

Burj al-Arab

Burj al-Arab

ตึก Burj al-Arab หรือรู้จักในชื่อ ตึกเรือใบ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1994 ใช้งบประมาณราว 650 ล้านดอลลาห์สหรัฐและการก่อสร้างทั้งหมด 5 ปีเต็มโดยแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ปี 2000 และเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ปี 2000

เหตุผลในการออกแบบและก่อสร้างตึกเรือใบนั้นจุดประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมถึงอยากให้นครดูไบมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเหมือนกับสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นอย่าง หอไอเฟลในปารีส, โรงละครอุปรากรในนครซิดนี่ย์, สะพานโกลเด้นเกท

ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จตึกเรือใบกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของนครดูไบ ตึกเรือใบถูกสร้างเพื่อใช้เป็นโรงแรมหรูซึ่งมีความสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกที่ความสูง 321 เมตร มีจำนวน 60 ชั้น

ภายในประกอบด้วยห้องพักหรูหลายระดับ และห้องสวีทจำนวน 202 ห้อง โดยราคาจะเริ่มต้น ที่ 1,000-15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน ห้องพักราคาแพงที่สุดราคา 28,000 ดอลลาห์ต่อคืน ซึ่งทำให้โรงแรมเรือใบนั้นได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมที่แพงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

เกาะต้นปาล์ม สิ่งก่อสร้างที่สวยงาม

เกาะต้นปาล์ม เป็นเกาะที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติโดยเกาะเป็นการก่อสร้างขึ้นโดยมนุษย์ที่มีความสวยงามมากเมื่อมองจากมุมสูง เกาะต้นปาล์มจัดว่าเป็นเกาะจำลองที่สวยงามที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ตั้งอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย เกาะต้นปาล์ม หรือ The Palm Islands ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของเมืองดูไบ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศเป็นจุดเด่นแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามโดยมีการเลียนแบบจากยอดของต้นปาล์มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้

เกาะต้นปาล์ม

เกาะต้นปาล์ม เมืองสวรรค์บนดิน

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นขั้นในปี 2001 โดย เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม ผู้ปกครองเมืองดูไบ ได้คิดค้นการก่อสร้างโดยมีการหารือและพูดคุยโครงการนี้กับรัฐมนตรีของเมืองและนายทุนรายใหญ่ของโครงการนี้

เพื่อก่อสร้างเกาะเทียมกลางทะเลที่สามารถเชื่อมต่อกับชายฝั่งได้โดยโครงการนี้จะสร้างขึ้นจำนวนทั้งสิ้น 3 แห่งในเมือง

โดยโครงการเรื่องชื่อว่า The Palm Islands ถูกสร้างในปี 2001 เสร็จในปี 2004 ซึ่งมีเนื้อที่ 25 ตารางกิโลเมตรและใช้หินในการสร้างเขื่อนหินกว่า 7 ล้านตัน

รวมถึงทรายและดินกว่า 10 – 15 ล้านตันเลยทีเดียว โครงการ The Palm Islands เป็นโครงการแรกที่สร้างแล้วเสร็จในปี 2004 ภายในประกอบด้วยบ้านพักสไตล์วิลล่า ริมชายทะเล และอพาร์ทเมนต์หรูถึง 2,500 หน่วย

มีท่าเทียบเรือยอชต์ สถานบันเทิง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย เกาะต้นปาล์มเมื่อมองจากด้านบนจะเห็นเป็นส่วนยอดของต้นปาล์มมีจำนวน 17 แนว

และมีเขื่อนกั้นคลื่นบริเวณด้านยอดของต้น เมื่อมองด้านบนแล้วมีความสวยงามอย่างมาก นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา